ในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี “เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ” หรือ Laboratory Furniture ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การทำงานวิจัย การทดสอบ และการวิเคราะห์เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ผู้ประกอบการ นักวิจัย และบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ต่างให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพสูง มีมาตรฐานรองรับ และตอบสนองความต้องการทางเทคนิคของแต่ละประเภทห้องปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี บทความนี้จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับสารพัดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ ตั้งแต่องค์ประกอบที่ควรทราบ ประเภทและการเลือกใช้ ไปจนถึงการดูแลรักษาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ความสำคัญของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ
- สนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ห้องปฏิบัติการเป็นพื้นที่ที่ต้องการความแม่นยำ และความรวดเร็วในการทำงาน เช่น งานทดลอง งานวิจัย การวิเคราะห์ และการทดสอบตัวอย่างเคมี-ชีวภาพ เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม จะเอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ เครื่องมือ และสารเคมีได้สะดวก รวมถึงมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บตัวอย่าง ผลวิเคราะห์ หรือเครื่องมืออื่น ๆ อย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้ ยังช่วยแบ่งโซนการทำงานให้เป็นสัดส่วน ลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนของสารระหว่างโซนต่าง ๆ - ความปลอดภัยและมาตรฐาน
ห้องปฏิบัติการต้องให้ความสำคัญอย่างมากกับมาตรฐานความปลอดภัย การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทนต่อสารเคมี ความร้อน หรือการกระแทกเป็นสิ่งสำคัญที่จะลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกห้องปฏิบัติการให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ - อายุการใช้งานและความคุ้มค่า
เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการคุณภาพสูง มักได้รับการออกแบบโดยใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานหนักและต้องทนสภาวะแวดล้อมได้หลากหลาย ทำให้อายุการใช้งานยาวนาน และคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว เพราะหากลงทุนในเฟอร์นิเจอร์ราคาถูกที่คุณภาพไม่ดี อาจเกิดการเสียหายหรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ส่งผลให้ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่บ่อยครั้ง ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองทั้งทรัพยากรและเวลา

องค์ประกอบและประเภทของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ
เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการมีหลากหลายประเภท แต่ละชนิดล้วนมีคุณสมบัติและจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป เช่น
- โต๊ะปฏิบัติการ (Laboratory Workbench / Lab Table)
- เป็นองค์ประกอบสำคัญของทุกห้องแล็บ ใช้เป็นพื้นที่ทำการทดลองหรือวางอุปกรณ์ต่าง ๆ โต๊ะปฏิบัติการที่ดีควรมีพื้นผิวทนต่อสารเคมี เช่น หินแกรนิต หินสังเคราะห์ หรือ epoxy resin รวมถึงโครงสร้างที่แข็งแรง มั่นคง และรองรับน้ำหนักได้มาก
- ปัจจุบันมีโต๊ะปฏิบัติการแบบปรับระดับความสูงได้ (Adjustable Height Lab Table) ซึ่งเอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับระดับให้เหมาะกับสรีระของตัวเอง ลดอาการปวดหลังหรือเมื่อยล้าเมื่อทำงานนาน ๆ
- ตู้ดูดควัน (Fume Hood)
- เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้สำหรับป้องกันไม่ให้สารเคมี ไอระเหย หรือแก๊สพิษแพร่กระจายในห้อง ช่วยป้องกันอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน ตู้ดูดควันที่ดีควรมีโครงสร้างแข็งแรง กระจกกันระเบิด และระบบดูดอากาศที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ควรมีฟังก์ชันปรับความเร็วลมและระบบแจ้งเตือนเมื่อแรงดูดลดลง
- ตู้เก็บสารเคมี (Chemical Storage Cabinet)
- ใช้เก็บสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หากจัดเก็บไม่ถูกต้อง ตู้เก็บสารเคมีที่ได้มาตรฐานต้องทนทานต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี มีระบบล็อกปลอดภัย และระบายอากาศได้ดี บางรุ่นอาจมีช่องแยกสำหรับเก็บสารที่มีความไวไฟ หรือสารที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกับสารชนิดอื่น ๆ ได้
- ตู้เก็บอุปกรณ์และเครื่องแก้ว (Equipment / Glassware Cabinet)
- อุปกรณ์และเครื่องแก้วในห้องแลป เช่น บีกเกอร์ กระบอกตวง หรือหลอดทดลอง ต้องจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ เรียบร้อย และป้องกันการแตกหัก ตู้เก็บอุปกรณ์ทั่วไปจะมีช่องเก็บของหลายระดับ บางรุ่นอาจมีประตูโปร่งแสงหรือแบบทึบเพื่อรองรับอุปกรณ์หลากหลายชนิด
- อ่างล้างสารเคมี (Lab Sink)
- ใช้สำหรับล้างทำความสะอาดเครื่องมือหรือภาชนะที่ใช้ในงานวิจัยหรืองานทดลอง อ่างล้างสารเคมีควรผลิตจากวัสดุที่ทนต่อกรด ด่าง และสารเคมี เช่น Polypropylene หรือ Epoxy Resin เพื่อยืดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ ควรมีระบบท่อที่สามารถระบายน้ำและสารเคมีได้อย่างปลอดภัย
- ชุดทดสอบหรือโต๊ะเขียน (Writing Desk / Testing Desk)
- บางแล็บอาจต้องมีพื้นที่สำหรับเขียนบันทึกผลการทดลอง หรือการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เล็ก ๆ น้อย ๆ ชุดทดสอบหรือโต๊ะเขียนจึงมีบทบาทสำคัญในเรื่องการอำนวยความสะดวกให้ผู้ปฏิบัติงาน
- ระบบชั้นวาง (Shelving System)
- สำหรับจัดเก็บสารเคมีหรืออุปกรณ์ทดลองต่าง ๆ ให้เป็นสัดส่วน ชั้นวางเหล่านี้ควรมีความแข็งแรงและทนทานต่อภาระน้ำหนัก รวมถึงสภาพแวดล้อมที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงของความชื้น อุณหภูมิ หรือสารเคมี
- เก้าอี้ห้องปฏิบัติการ (Lab Chair / Stool)
- ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ทำงานในห้องปฏิบัติการนาน ๆ เก้าอี้ห้องปฏิบัติการควรสามารถปรับระดับความสูงได้ง่าย มีพนักพิงหรือไม่มีพนักพิงตามความเหมาะสม และทนต่อการกระเด็นของสารเคมี
คุณสมบัติที่สำคัญของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการต้องคำนึงถึงคุณสมบัติหลายประการ เพื่อให้ตอบสนองต่อการใช้งานเฉพาะทางได้สูงสุด ดังนี้
- ความทนทานต่อสารเคมี
วัสดุที่ใช้ควรทนต่อกรด ด่าง และสารเคมีชนิดต่าง ๆ การที่ผิวเฟอร์นิเจอร์ถูกกัดกร่อนหรือเสียหายจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานและประสิทธิภาพการทำงาน - ความแข็งแรงและรองรับน้ำหนัก
เนื่องจากห้องปฏิบัติการมักมีการใช้งานเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีน้ำหนักมาก หรือการวางสารเคมีหลากหลายชนิด เฟอร์นิเจอร์จึงต้องมีโครงสร้างแข็งแรง ไม่โคลงเคลงหรือแตกร้าวง่าย - ความปลอดภัย (Safety Features)
เช่น ขอบโต๊ะที่โค้งมน ไม่ก่อให้เกิดอันตราย การใช้กระจกนิรภัยสำหรับตู้ดูดควัน ตู้เก็บสารเคมีควรมีระบบล็อกหรือระบบเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน - การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics)
การทำงานในห้องแลปอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์จะช่วยลดความเมื่อยล้าและอาการบาดเจ็บจากการใช้งานในระยะยาว - ระบบระบายอากาศหรือป้องกันการปนเปื้อน
สำหรับเฟอร์นิเจอร์บางประเภท เช่น ตู้ดูดควัน หรือตู้เก็บสารเคมี ควรมีระบบระบายอากาศหรือระบบกรองที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันสารเคมีแพร่กระจายในอากาศ - การทำความสะอาดง่าย
ห้องปฏิบัติการต้องรักษาความสะอาดและปลอดเชื้ออย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น วัสดุที่ทำความสะอาดได้ง่ายและทนต่อการใช้สารฆ่าเชื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
การเลือกรูปแบบและวัสดุของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ
เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการในท้องตลาดมีให้เลือกหลายรูปแบบ หลายเกรดวัสดุ ซึ่งควรพิจารณาตามลักษณะของการใช้งาน งบประมาณ และมาตรฐานที่องค์กรกำหนด
- โครงสร้างโลหะ (Metal Frame)
- เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก และมีอายุการใช้งานยาวนาน โลหะที่ใช้ส่วนมากเป็นเหล็กชุบกันสนิม หรือสแตนเลส ซึ่งไม่เป็นสนิม และทนสารเคมีได้ดีในระดับหนึ่ง
- โครงสร้างไม้ (Wooden Frame)
- นิยมใช้ในห้องปฏิบัติการที่ไม่ค่อยมีสารเคมีรุนแรง เช่น ห้องวิจัยชีววิทยา ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทั่วไป เนื่องจากไม้บางชนิดอาจถูกกัดกร่อนเมื่อสัมผัสสารเคมี อย่างไรก็ตาม หากเคลือบผิวไม้ด้วยสารกันน้ำ กันสารเคมี ก็สามารถใช้งานได้ดีและให้ความรู้สึกอบอุ่น สวยงามตามธรรมชาติ
- โครงสร้างอลูมิเนียม (Aluminum Frame)
- มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อการกัดกร่อน ไมเป็นสนิม เหมาะกับห้องปฏิบัติการที่ต้องการเคลื่อนย้ายหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบภายในบ่อย ๆ
- ผิวโต๊ะหรือตู้จากหินสังเคราะห์ (Epoxy Resin / Phenolic Resin / Ceramic)
- ผิวเหล่านี้จะทนต่อสารเคมีสูง ทำความสะอาดง่าย ไม่ซึมซับน้ำ และทนรอยขีดข่วนได้ดี จึงเป็นที่นิยมในห้องปฏิบัติการที่มีการใช้สารเคมีรุนแรง
- แผ่นลามิเนต (Laminate)
- เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผิวโต๊ะหรือผิวตู้ที่ราคาย่อมเยา แต่ยังสามารถกันน้ำและสารเคมีได้ในระดับหนึ่ง เหมาะกับงานที่ไม่ได้มีสารเคมีรุนแรงมาก
- สแตนเลส (Stainless Steel)
- สำหรับห้องปฏิบัติการที่ต้องการความปลอดเชื้อสูง หรือมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนแบคทีเรีย เช่น ห้องคลีนรูม หรือห้องเพาะเลี้ยงเซลล์ สแตนเลสเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเพราะทำความสะอาดง่าย ทนทาน และไม่เกิดสนิม
การวางผังห้องแลปและการจัดวางเฟอร์นิเจอร์
นอกจากการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีแล้ว “การวางผังห้องแลป” หรือ Lab Layout ก็มีผลอย่างมากต่อการทำงานและความปลอดภัย โดยทั่วไปแล้วต้องพิจารณา:
- การแบ่งโซนใช้งาน
- เช่น โซนทำปฏิกิริยาเคมี โซนแยกสาร โซนอ่านผล หรือโซนเอกสาร การแบ่งโซนชัดเจนจะช่วยลดโอกาสการปนเปื้อนหรืออุบัติเหตุระหว่างทำงาน
- การไหลเวียนของอากาศ
- ห้องปฏิบัติการควรมีการระบายอากาศที่ดี ตู้ดูดควันควรอยู่ในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวก และการวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรบังช่องระบายอากาศหรือทิศทางลม
- ระยะการเดินและการเข้าถึงอุปกรณ์
- พื้นที่เดินควรเพียงพอให้ผู้ปฏิบัติงานเคลื่อนย้ายสารเคมีหรืออุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ติดขัด นอกจากนี้ ควรวางจุดล้างฉุกเฉิน (Emergency Shower / Eyewash) ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ความสว่างและแสงส่องสว่าง
- การทดลองหรือการวิเคราะห์บางอย่างต้องใช้สายตาอย่างละเอียด การจัดวางเฟอร์นิเจอร์จึงควรคำนึงถึงแสงที่ส่องมายังโต๊ะปฏิบัติการให้เพียงพอหรือมีการติดตั้งโคมไฟเฉพาะจุด
การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ
การดูแลรักษาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของห้องให้อยู่ในระดับสูง
- ทำความสะอาดสม่ำเสมอ
- หลังใช้งานทุกครั้งควรเช็ดทำความสะอาดทันที โดยเฉพาะหากมีการหกของสารเคมีหรือสิ่งสกปรก ไม่ควรรอจนสารเคมีแห้งติดผิวเฟอร์นิเจอร์ เพราะอาจทำให้เกิดคราบหรือการกัดกร่อนได้
- ใช้สารทำความสะอาดที่เหมาะสม
- ควรศึกษาคู่มือของเฟอร์นิเจอร์หรือสอบถามผู้ผลิตเกี่ยวกับสารทำความสะอาดที่เหมาะกับวัสดุที่ใช้ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เสียหาย
- ตรวจสอบสภาพสม่ำเสมอ
- ควรตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น บานพับ ประตู ตู้ล็อก ระบบดูดควัน อยู่เสมอ หากพบการเสียหายหรือเสื่อมสภาพ ควรรีบซ่อมหรือเปลี่ยนทันที
- หลีกเลี่ยงการใช้งานผิดประเภท
- เฟอร์นิเจอร์บางชนิดถูกออกแบบมาเพื่อรับโหลดหรือน้ำหนักในระดับหนึ่ง หากใช้งานเกินขีดจำกัด อาจทำให้โครงสร้างเสียหาย และเกิดอุบัติเหตุได้
การเลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ
เพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์ที่ตรงตามความต้องการและมีคุณภาพสูง ควรเลือกผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายที่มีประสบการณ์และได้รับการยอมรับในวงการ อาจตรวจสอบจาก:
- ผลงานหรือโครงการที่เคยทำ (References)
- หากบริษัทเคยจัดทำห้องแลปให้กับสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล หรือองค์กรชื่อดัง ก็อาจบ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญและมาตรฐานการผลิต
- การให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพ
- ผู้ให้บริการควรสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางผังห้อง แลป (Lab Layout) และการเลือกวัสดุที่เหมาะสมได้ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานและงบประมาณของลูกค้า
- บริการหลังการขาย (After-sales Service)
- การรับประกันสินค้า การซ่อมบำรุง การจัดหาอะไหล่ หากมีบริการหลังการขายที่ดีและรวดเร็ว จะช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าหากมีปัญหาเกิดขึ้น จะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที
สรุปส่งท้าย เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ Laboratory Furniture
เฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Furniture) ไม่ใช่เพียงแค่โต๊ะ ตู้ หรือชั้นวางของธรรมดา ๆ แต่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้การทำงานวิจัย การทดลอง และการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ห้องปฏิบัติการควรพิจารณาอย่างละเอียด ตั้งแต่ประเภทของเฟอร์นิเจอร์ วัสดุ คุณสมบัติพิเศษ มาตรฐานความปลอดภัย การบริการหลังการขาย ไปจนถึงแนวโน้มทางนวัตกรรมต่าง ๆ การลงทุนในเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจะช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาว ลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานการทำงานของห้องแลป
อ่านเพิ่มเติม: ปรับปรุงห้องปฏิบัติการ ห้องแลป





